1.ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง ผลงานอันเกิดจากการประดิษฐ์คิดค้น หรือความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์
2.ลิขสิทธิ์ หมายถึง สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ริเริ่มโดยการใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถ และ
ความวิริยะอุตสาหะของตนเองในการสร้างสรรค์
3.สิทธิบัตร หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์คิดค้นหรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มีลักษณะตามที่กำหนดในกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบว่าด้วยสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง
4.เครื่องหมายการค้า หมายถึง ตราสินค้าหรือส่วนหนึ่งของตราสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น เจ้าของมีสิทธิตามกฎหมายเพียงผู้เดียว
5.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกะทำความผิดคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
5.พระราชบัญญัติว่าด้วยการกะทำความผิดคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
| เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ |
| สาระสำคัญของ พ.ร.บ. |
การล่วงรู้ถึงมาตรการป้องกันการเข้าถึง (มาตรา 6) การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ (มาตรา 7) การดักข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ (มาตรา 8) การรบกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์ (มาตรา 9) การรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ (มาตรา 10) การส่งสแปมเมล์ Spam Mail (มาตรา 11) การกระทำความผิดต่อความมั่นคง (มาตรา 12) การจำหน่าย / เผยแพร่ชุดคำสั่ง เพื่อใช้กระทำความผิด (มาตรา 13) การปลอมแปลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ / เผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสม (มาตรา 14) ความรับผิดของผู้ให้บริการ (มาตรา 15) การเผยแพร่ภาพจากการตัดต่อ / ดัดแปลง (มาตรา 16) 3. อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายใหม่ (มาตรา 18-21)
(1) มีหนังสือสอบถาม / ให้ส่งคำชี้แจง ให้ถ้อยคำ (2) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (3) สั่งให้ส่งมอบข้อมูลผู้ใช้บริการตามมาตรา 26 อำนาจของเจ้าพนักงานที่ต้องขออำนาจศาล (4) ทำสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (5) สั่งให้บุคคลส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้จัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ (6) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ (7) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (8) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์ 5. บทกำหนดโทษสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ หากเปิดเผย หรือประมาท (มาตรา 22-24) 6. ข้อมูลที่ใช้เป็นพยายานหลักฐาน ต้องไม่เกิดจากการจูงใจ หรือข่มขู่ (มาตรา 25) 7. การจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ (มาตรา 26) 8. ข้อกำหนดให้ปฎิบัติตามพ.ร.บ.นี้ (มาตรา 27 - 30) |




